วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แก้รายการนัดหมายในgoogle calendar ไม่โชว์ที่เครื่องอื่น


สมัยนี้อะไร ๆ ก็ cloud computing หรือแบบบ้าน ๆ ว่า ทุกอย่างเก็บไว้ในอินเตอร์เน็ต แน่นอนว่ามันก็มีข้อดีต้องที่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนอุปกรณ์ มือถือกันบ่อย อาจจะพัง ล้าสมัย เสป็กไม่แรง หรือ เบื่อ อันนี้ก็แล้วแต่เหตุผลส่วนบุคคล เพื่อความสะดวกมาก ๆ ในยุคสมัยที่internet เข้าถึงแทบทุกตารางนิ้ว หรืออีกนัยหนึ่งคือทุกลมหายใจเป็นinternet บริการapp ต่าง ๆ ก็มีมาให้เราสะดวกสบายยิ่งขึ้น

google calendar เป็นบริการของทาง google ที่ทำให้เราสามารถจดการนัดหมายต่าง ๆ ได้ โดยที่ตัดปัญหาเมื่อเราเปลี่ยนเครื่องใหม่ ไม่ต้องย้าย หรือจดใหม่ให้เสียเวลา อีกทั้งยังสามารถดูได้ทั้งใน computer มือถือ tablet ได้ในเวลาเดียวกัน  อัพเดจในอุปกรณ์ตัวไหน  ทุกตัวที่เหลือ(ที่เราlogin gmailไว้) ก็จะมีการเปลี่ยนตามแบบ real time เลยทีเดียว

แต่มีหลายคนเจอปัญหาจดนัดหมายไว้ในมือถือ พอเปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือดูกับคอมพิวเตอร์ไม่ได้ มันไม่มาแสดง มาดูสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาแบบเส้นผมบังภูเขากันดีกว่า


เอาหน้าตา calendar มาฝาก พอเราจะใช้งาน เพิ่มการนัดหมายต่าง ๆ ลงในปฏิทิน ก็จัดการกด "บวก" "+" ที่มุมล่างขวาเลย



จากนั้นก็จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาให้เรา สร้างรายการนัดหมายต่าง ๆ **** สิ่งที่ทำให้รายการนัดหมายจะโชว์ใน google calandar ได้ต่างอุปกรณ์นั้น เราต้องเลือกที่เก็บของรายการนั้นหมายนั้น ๆ ก่อน ดูตามที่วงไว้เลยครับ แตะไปเลย



เมื่อแตะไปแล้วก็จะมีมาให้เราเลือกว่าเราจะบันทึกไว้ที่ไหน  ถ้าเลือก events #####@gmail.com ก็จะไปเก็บที่ google calendar ของเรา ซึ่งสามารถล๊อกอินดูที่อื่นได้  เปลี่ยนเครื่องข้อมูลการนัดหมายก็ไม่หาย

แต่ถ้าเราเลือกเป็นอย่างอื่น เช่น my calendar ก็จะเก็บในเครื่องนี้เท่านั้น หรือถ้าเลือกเป็น samsung calendar ก็จะเก็บใน s planner ของทางซัมซุง สามารถดึงbackup ไปใช้กับ ซัมซุงเครื่องอื่น ๆ ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนยี่ห้อ เป็นอันจบ

ดังนั้นถ้าใช้ให้สบาย ๆ แบบไม่ต้องมาวุ่นวายถ่ายข้อมูลทีหลัง ก็เลือกเป็น events ###@gmail.com ไปเลยครับผม

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ทำให้โทรศัพท์ใช้ได้เมื่อไปเที่ยวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน


ได้มีโอกาสไปเที่ยวเวียงจันทน์มา เกิดความสงสัย นั่งกินข้าวอยู่ริมโขงแท้ ๆ ฝั่งตรงข้ามก็เป็นประเทศไทย แถมเห็นเสาสัญญานโทรศัพท์เบ้อเร่อตั้งตระง่านอยู่ แล้วทำไมใช้โทรศัพท์คลื่นไทยไม่ได้ ก็เลยหาวิธี ทดลองsarch ระบบโทรศัพท์ดู ก็มีสัญญานไทยนี้นา แต่มันไม่connect สุดท้ายก็ถึงบางอ้อ เลยเอามาฝากกัน สำหรับคนที่จะไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน แบบเข้าไปแถบชายแดน ไม่ลึกมาก สัญญานไทยก็ยังพอใช้ได้ เอาไว้check in กัน 55555

สำหรับโทรศัพท์แอนดรอยน์ (android) นะครับ  แต่สำหรับ ios ก็น่าจะใช้หลักการเดียวกัน

ไปที่ setting -- more


ก็จะเจอหน้าจอด้านบน จากนั้นตามด้วย Mobile networks



ก็จะเห็นค่า search mode เป็น Automatic อยู่ นี่ไง สาเหตุที่ทำให้เราใช้สัญญานมือถือของไทยไม่ได้ เพราะมันจะconnect กัน สัญญานในต่างประเทศอัตโนมัติ




เราก็จัดการ เปลี่ยนค่าเป็น Manual ซะ




 แล้วก็เลือกสัญญาไทย ที่ขึ้นมาได้เลย แน่นอนว่า ถ้าใช้ Dtac ก็เลือก Dtac  ถ้าใช้ ais ก็เลือก ais นะจ๊ะ แต่ถ้าในเวียงจันทน์ เท่าที่ลอง สัญญานdtac จะเยอะกว่า  ยังไงก็ลองดูนะครับ

มาสรุปแบบง่าย ๆ กัน

setting --- more---Mobile networks--- เปลี่ยนเป็น manual ---เลือกบริการที่เราใช้อยู่ dtac, ais, true

ถ้าไปเที่ยงต่างประเทศแถบ ๆ ชายแดนก็ลองกันดูนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การใช้งาน google play store

สำหรับผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ (smart phone) ที่ใช้ระบบปฏิบัตการแอนดรอยด์ แน่นอนว่าต้องรู้จัก เพลสโตร์ (Play Store)  อย่างแน่นอน หลายคนคงใช้ได้ไม่มีปัญหา แต่มีทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแนะนำการใช้งานกัน จะได้สะดวก และตรงตามความต้องการมากขึ้น


 พอเราเปิด app play store ขึ้นมา ก็จะเจอหน้าต่าง ซึ่งมีเมนูต่าง ๆ คร่าว ๆ คือ APPS, GAMES, BOOKS ซึ่งก็เป็นประเภทต่าง ๆ ของApp ที่เราจะดาวน์โหลดมาใช้ แต่แนะนำเบื้องต้นให้เข้าไปที่setting ก่อน ซึ่งโทรศัพท์แต่ละรุ่นและยีห้อ settings จะอยู่กันคนละทีนะครับ ในที่นี้อยู่ที่มุมขวาด้านบน (3จุด ข้าง ๆ แว่นขยาย)



 เมื่อเข้าไปที่ Settings แล้ว ไปที่ เมนู Auto-update apps เลยครับ


เมื่อเข้าไป ก็จะมีตัวเลือกให้เราเลือก คือ Do not auto-update apps-ปิดอัพเดทแอปอัตโนมัติทุกกรณี แต่เราก็สามารถสั่งอัพเดทด้วยตัวเองได้นะครับ
Auto-update apps at any time etc.-อัพเดทอัตโนมัติทุกเวลาที่มีการอัพเดทจากแอพ
Auto-update apps over Wi-Fi only-อัพเดทอัตโนมัติเมื่อต่อไวไฟร์เท่านั้น

อันนี้แล้วแต่การใช้งานของแต่ละคนเลยครับว่าจะเลือกอันไหน แต่แนะนำสำหรับผู้ที่มีไวไฟที้บ้านหรือที่ทำงานก็ควรเลือก อัพเดทเมื่อต่อไวไฟร์เท่านั้น (อันที่3) เพราะจะได้ไม่เปลื่องData 3g ของเราครับ


นอกนั้นที่หลัก ๆ เราก็สามารถแอปที่เราเคยโหลดไว้ได้ที่ My apps โดยไม่ต้องsearch ให้เสียเวลาอีกด้วย

เมื่อเข้าไปแล้วก็จะมีแท็บเมนูด้านบน INSTALLED-apps ที่กำลังลงอยู่ในเครื่องตอนนี้(ไม่ว่าจะกี่เครื่องที่คุณใช้IDนี้นะครับ) และALL-apps ที่เคยลง หรือเคยใช้ทั้งหมด ถึงแม้จะลบออกจากเครืองไปแล้วก็ตาม แน่นอนว่า เมื่อเราเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ใหม่ แต่เราlogin ด้วย google mail อันเดิม เราก็จะเข้าไปใช้งานแอฟที่ซื้อไว้ หรือโหลดไว้ได้เลย ไม่ต้องไปหาใหม่

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โทรศัพท์ แอนดรอยด์ ใช้ให้คุ้ม



ปัจจุบัน smart phone ที่ใช้ระบบการปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น หลาย ๆ ค่ายผู้ผลิต ก็ผลิตมาให้เราเลือกใช้กันได้รุ่น หลายspec หลายราคา อีกทั้งมีฟีเจอร์ (feature) มากมาย แต่ถึงแม้ว่าผู้ผลิตเหล่านั้นได้สร้างฟีเจอร์มาให้ แต่ฟีเจอร์หลักที่ให้มาพร้อมกับแอนดรอยด์ ซึ่งมีใช้ หรือมีมาให้เกือบทุกเครือง เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่เป็น google service ที่หลาย ๆคน ยังใช้ไม่ครบ หรืออาจจะไม่รู้ว่ามี หรือไม่รู้ว่าทำอะไรได้บ้าง สรุปว่า เรามาทำความรู้จัก app หลัก ๆ ที่ควรใช้เป็นบน Android กันดีกว่า (หรือถ้าไม่มีก็โหลดเพิ่มได้ฟรีนะจ๊ะ) 




เริ่มกันที่นี่่เลย Play Store
ใช้แอนดรอยด์ อย่าบอกนะครับกว่าไม่รู้จัก Play Store แน่นอนว่าเป็นช่องทางในการเข้าไปโหลด appication ต่าง ๆ เข้ามาให้เราได้ใช้ ได้เล่นกัน แน่นอนว่า App ที่ให้โหลดมีทั้งแบบฟรีและเสียเงินนะคร๊าฟฟ


Gmail
เป็นApp รับส่งเมล์ที่ซิ้งค์ (Sync) กับuser จีเมล์ของคุณที่ล๊อกอิน (login) กับโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่คุณใช้อยู่นี่แหละ


Google
อันนี้ไม่รู้จักไม่ได้เลย และสำหรับ Android เวอร์ชัน 4.1 ขึ้นไป ก็จะมี ฟีเจอร์ google now มาให้ด้วยเลย เมื่อกดเข้าไปจะเหลือเชื่อมาก เพราะนอกจากจะใช้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถบอกสภาพอากาศ บอกการจราจร บอกแผนที รอบหนัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ไปลองใช้กันดูครับ


Chrome
เป็นเบราว์เซอร์ (Browser) ที่พัฒนาโดย Google รับรองว่ามันเหมาะกับโทรศัพท์ของคุณมาก ๆ เนื่องจากบุ๊กมาร์ค (bookmark) ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ(ต้องใช้Chromeด้วยนะจ๊ะ) สามารถเปิดกับโทรศัพท์ได้เลย หรือในทางกลับกับ บุ๊กมาร์คจากโทรศัพท์ ก็เปิดได้จากคอมเช่นเดียวกัน


Maps
แผนที่สำหรับดูว่าคุณอยู่ตรงไหนของโลก(555อันนี้เวอร์ไป) ค้นหาสถานที่ต่าง ๆ ดูเส้นทาง หรือวางแผนการเดินทาง


Navigation
แน่นอนว่าใช้นำทางเหมือนgps navigator ทั่ว ๆไปได้เลย กำหนดจุดหมาย แล้วบอกทางให้เลี้ยวซ้าย ขวาได้เลย แต่เวลาใช้ต้องเปิด gps และ mobile data ด้วยนะครับ เนื่องจากต้องดึงข้อมูลแผนที่จากinternet


Earth
ดูโลกของเราได้แบบ 3 มิติ และใช้ sync กับapp บางapp ของgoogle  บอกได้เลยว่า โลกทั้งใบอยู่ในมือของคุณแล้ว



My Tracks
ใช้เก็บข้อมูลการเดินทางของคุณ จะเลียวซ้ายขวาขึ้นลงยังไง ความเร็วสูงสุด ความเร็วเฉลี่ย บันทึกไว้ได้หมด และสามารถเก็บการเดินทางไว้ แล้วเอามาplay เปิดดูเส้นทางร่วมกับ Google Maps และ เปิดแบบภาพเคลื่อนไหวบน Google Earth ได้อีกด้วย



Calender
บันทักตารางนัดหมาย การเดินทาง เตือนความจำ และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อถึงเวลาก็จะเตือนคุณล่วงหน้าตามที่ได้ตั้งค่าเอาไว้



Local
ค้นหาร้านอาหาร ร้านกาแฟ bars หรือจุดที่น่าสนใจต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้คุณ



Drive
ใช้สร้างfile เก็บfile เอกสารประเภท word, excel, pdf ไว้ใช้ ไว้ดู อีกทั้งสามารถแชร์file ให้คนที่คุณอนุญาติเข้าไปใช้งาน และคุณสามารถดูได้แบบ real time เลย


Voice Search
สุดยอดตัวช่วยคันหา เพียงใช้เสียงของคุณพูดสิ่งที่ต้องการ ข้อมูลก็จะปรากฎขึ้นมาให้ในบัดดล เดี๊ยวนั้นเลย แต่..คงต้องใช้ภาษาอังกฤษ และต้องสำเนียง(Accent) แบบต่างชาติกันนิดนึง ^^


Goggles
สุดยอดแห่งการค้นหา เหมือนผู้วิเศษ ใช้งานง่าย เพียงถ่ายรูปสิ่งที่คุณอย่างรู้ ไม่ว่าอะไร ข้อมูลก็จะขึ้นมาให้เลย


Translate
แปลภาษา สามารถแปลเป็นคำ หรือเป็นประโยคก็ได้ มีให้ใช้ถึงกว่า 70 ภาษาเชียวนะ ซึ่งแน่นอนว่า มีภาษาไทยด้วย ที่นี้อยากแปลไทยเป็นภาษาอะไรก็ได้เลย


Google+
หรือ google plus เป็น appication social network ของทาง google ซึ่งเป็นการรวมเอาระบบ add friend แบบ facebook และระบบ follow แบบ tweeter, instagram มารวมไว้ด้วยกัน กล่าวคือจะไปขอแอดเป็นเพือน หรือจะแค่แอบติดตาม ก็ได้ ลองใช้กันดูนะครับ


G+ Photos
google plus  photos แน่นอนว่าต้องเกียวกับรูปภาพ ประโยชน์คือใช้เก็บรูปภาพที่เราถ่ายจากเครื่องในรูปแบบCloud หรือเก็บไว้ในinternet นั่นแหละ แน่นอนว่าระบบจะเก็บไว้ใน google plus ทำได้ทั้งแบบ upขึ้นไปเอง หรือแบบ auto backup ทุกครั้งที่เราต่อ internetเลย ความนี้ก็ไม่ต้องกังวงเรื่องรูปหาย เวลาเครื่องพัง และSD gard พังอีกต่อไปแล้ว


Hangouts
กูเกิ้ล แฮงเอาท์ (Google Hangouts) อีกAppication  ที่เอาไว้พูดคุยแบบพิมพ์เอา หรือแบบ video chat ของgoogle แน่นอนว่าคุยได้ทั้งโทรศัพท์กับโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์ เรียกได้ว่าไม่ทำให้เสียเชื่อ อากู๋ ของเราอยุ่แล้ว


เป็นไงครับ สำหรับ app เบื่องต้นที่โทรศัพท์แอนดรอยด์ ติดมาให้เลยหรือแม้บางเครื่อง บางรุ่นไม่ได้ติดมาให้ แต่ก็เอาไปใช้ได้นะครับ มีประโยชน์มาก และสามารถบอกใคร ๆ ได้ว่า ใช้โทรศัพท์แอนดรอยด์คุ้มค่า เพราะแค่service พื้นฐาน ที่ให้มาก็แทบทำได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องโหลดapp จากที่อื่นมาเพิ่มเติมแล้ว

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แปลงfile mov เป็น mp4

ยุกต์นี้คนรุ่นใหม่ไวIT อย่างเรา ๆ ต้องใช้โปรแกรมถูกลิขสิทธ์หรือโปรแกรมฟรีเท่านั้น ก็พูดไป แต่ก็ยอมรับว่าอาจจะมีบางโปรแกรมที่จำเป็นเท่านั้นจริง ๆ ที่จะใช้โปรแกรมcrack เอาน่า..ถ้าลดการละเมิดได้ก็ดีครับ

อย่างผมก็หาโปรแกรมตัดต่อฟรีมาใช้แบบขำ ๆ แต่เจอปัญหาที่ว่า เจ้าโปรแกรมนี้มันไม่รองรับfile .mov แล้วไอ้กล้องผมมานก็ถ่ายคลิปออกมาเป็นfile .mov ซะด้วย กรำ^^! ทำไงล่ะที่นี้ ตามconcept ก็ต้องหาโปรแกรมฟรีมาใช้แปลงเจ้า .mov เป็น .mp4 ไปเจอมาโปรแกรมนึง ใช้งานง่าย เจ้าโปรแกรมที่ว่านี้คือ

WinX Free MOV to MP4 Converter

ไปdowload แบบ free กันได้ที่ http://www.winxdvd.com/mov-to-mp4/
จากนั้นก็ติดตั้งได้เลย ง่าย ๆ คลิก ๆ ๆ ok ok yes yes ไป

เปิดโปรแกรมขึ้นมา


ก็ทำตามขั้นตอนเลย ในหน้าโปรแกรมจะแนะนำไว้ 3 ขั้นตอน คือ
add - choose an output format - start
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีแต่mp4 และ H264 ซึ่ง H264 ก็ไม่รู้เอาไปทำไร 




การใช้งานจริงจึงเหลือแค่ Add แล้ว Start ได้เลย อ้อ..เกือบลืม พอadd file  ก็จะมีรายการที่เราต้องการจะแปลงfile ขึ้นมา แล้วอย่าลืม browse ที่เก็บFile ที่เราแปลงแล้ว จะได้ไม่ต้องหากันทีหลัง 

ลดการละเมิด มาใช้โปรแกรมฟรีกันเถอะครับ


Activation Lock + Find My iPhone ฟิตเจอร์ใหม่บน ios7

iOS 7 สุดเจ๋งเครื่องหายหรือถูกขโมยไม่สามารถใช้งานได้ด้วยระบบ Activation Lock + Find My iPhone


เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เรียกได้ว่าเป็นทีเด็ดของ iOS 7 ที่เปิดตัวไปที่งาน WWDC ที่ผ่านมาฟีเจอร์ที่ว่านี้คือระบบ Activation Lock ซึ่งทำงานร่วมกันกับ Find my iPhone เป็นระบบที่ป้องกันตัวเครื่องที่หายหรือถูกขโมย ผู้ที่เอาไปจะไม่สามารถใช้งานตัวเครื่องได้ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตาม สำหรับการทำงานของฟีเจอร์นี้มาดูกันครับว่าการทำงานเป็นยังไงบ้าง


ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาแนะนำวิธีเปิดใช้งาน iCloud เพื่อเปิดระบบล็อคกันก่อนครับ
วิธีเปิดใช้งาน iCloud ตั้งค่าที่ Settings > iCloud > ใส่ Email ที่เราต้องการใช้งาน iCloud หรือหากต้องการสมัครเมล์ที่เป็น @icloud.com คลิกดูวิธีการสมัคร ที่นี่  หลังจากที่กรอก Email เพื่อเปิดใช้งาน iCloud เรียบร้อยแล้วให้ไปเปิดใช้งาน Find my iPhone แบบในภาพด้านล่างนี้ครับ


ขั้นตอนการ Activate เครื่องที่เปิด Find my iPhone ที่มาจาก iOS 7
1. ถ้าคนที่เจอหรือโขมยเครื่องเราไปจะปิดการใช้งาน Find my iPhone จะไม่สามารถปิดได้ เพราะจะต้องป้อน รหัสผ่านของ Apple id ให้ถูกต้องถึงจะสามารถปิดได้ ไม่รู้รหัสผ่านก็ปิดการใช้งาน Find my iPhone ไม่ได้!!!


2. ถ้าในกรณีที่ไม่ปิด  Find my iPhone ใน iOS 7 แล้วต้องการที่จะ Restore เครื่องเลยก็ไม่สามารถทำได้เช่นกันครับจะพบปัญหาดังนี้
2.1  ลบข้อมูลผ่าน iDevice ที่ Erase all Content and Settings  หรือ remote wipe จาก icloud.com สามารถล้างเครื่องได้แต่จะ Activate เครื่องเข้าใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าจะผ่าน wifi, 3G หรือ iTunes ในคอมพิวเตอร์ก็ตามจนกว่าจะใส่ Apple ID และ รหัสที่เปิดใช้งาน Find my iphone ของเครื่องนั้นได้ถูกต้อง


2.2 Restore ผ่าน iTunes
     2.2.1 Restore ด้วยวิธีคลิกที่  Option (shift) แล้ว restore ไม่สามารถทำได้ โปรแกรม iTunes จะฟ้องว่าให้ไปปิด Find my iPhone ในเครื่องนั้นก่อน ซึ่งต้องใช้รหัส Apple ID ในการปิด


2.2.3 DFU Restore สามารถล้างเครื่องได้ แต่จะ Activate เครื่องเข้าใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าจะ Activate ผ่าน wifi, 3G หรือ iTunes บน computer ก็ตาม จนกว่าจะใส่ Apple ID และ รหัสผ่านที่ใช้งาน Find my iPhone ของเครื่องนั้นที่ใส่ไว้ครั้งสุดท้ายให้ถูกต้องและถึงจะ downgrade ลงมา 6.1.3 หรือ 6.1.4 ก็ติดหน้า Activate ไม่สามารถใช้งานได้
ถ้าดาวน์เกรดด้วยวิธี DFU + Restore ลงมา iOS 6.1.3 / 6.1.4  หลังจากที่ Restore เรียบร้อยแล้วตอนจะเข้าไปใช้งานจะติดหน้า Activate แบบในภาพนี้ ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้


จะเห็นได้ว่าไม่มีวิธีไหนเลยที่จะสามารถเข้าไปใช้งาน iPhone ที่เจอหรือถูกขโมยมา หรือคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของตัวจริง และนอกจากนี้ หากเครื่องนั้น ๆ รายงานว่าหายจาก icloud.com เจ้าของเครื่องสามารถส่งข้อความและเบอร์โทรจาก iCloud.com  เบอร์จะปรากฎหน้าจอเสมอเวลาเชื่อมต่อด้วยสาย usb เข้ากับ iTunes


และสำหรับท่านที่ซื้อเครื่องมือสองต่อไปนี้ต้องระวัง แนะนำก่อนซื้อควรจะ Erase all Content and Settings ก่อนจะจ่ายเงินให้ผู้ขายเพื่อตรวจสอบว่าติด lock กับ icloud activate หรือไม่เพราะถ้าซื้อมาแล้วขณะที่ลองที่ร้านท่านใช้งานได้ แต่ถ้าเอากลับมาใช้งานจริงแล้วท่านเกิดไป Erase all Content and Settings หรือ Restore ท่านจะไม่สามารถใช้งานเครื่องที่ซื้อมาได้อย่างแน่นอนครับ เจ๋งใช่มั้ยล่ะครับระบบนี้ ;)
ขอบคุณข้อมูลจากเพจ iFind เรียบเรียงโดย iphone-droid.net

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แกะกล่องลอง asus fonepad

ได้ฤกษ์เปิดตัวแล้วขายกันอย่างจริง ๆซะทีกับ asus fonepad ล่าสุดที่ราคายั่วใจหรือเกิน กับราคาตั้งกันไว้ที่ 7,500 ถือว่าถูกมาก แต่จะคุ้มมั้ยถ้าเทียบกับเจ้าตลาด หรือ tapled จากแผนดินใหญ่ 

 ดีไซน์ด้านหน้า ก็โอเค ถื่อว่าอยู่ในมาตรฐาน เทปเลสขนาด 7 นิ้ว การใช้งานลื่อกว่าที่คิด กับ andriod 4.1 และ cpu atom ของ intel ความเร็ว 1.2 ทำได้ดีเกินคาด แต่สิ่งที่ไม่ชินคือ พวกฟิตเจอร์ หรือพวกเมนูต่าง ๆ แต่ซักพักคงจะชิน

สิ่งที่อยากจะติ asus ไว้นิดนึง คือ ใน rom ไม่ได้add APN มาให้ ถ้าคนไม่รู้ พอใส่ซิมเข้าไป จะเกิดอาการ เล่นเน็ตไม่ได้ เซ็งซิครับงานนี้ ต่างกับtaplet เจ้าอื่น ๆ มีauto ให้เลย ดังนั้นถ้าใครได้เจ้า asus fonepad ก็อย่างลืม แอด APN ก่อนนะครับ ไม่ต้องอะไรมาก มาตรฐานมือถือไทยทุกค่าย แอดชื่อ APN ตามค่ายเลย แล้วตามด้วย APN ว่า internet แค่นี้ก็ใช้งานได้แล้ว

 ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ ทำตามนี้เลยครั็บ
หา setting ต่อด้วย mobile networks ต่อด้วย access point names
จากนั้น ก็ new APN หน้าจอก็จะขึ้นมาให้เราใส่ค่าต่าง ๆ ลงไป ง่าย ๆ เลยไปที่
name ตั้งค่าเป็น ชือเครือข่ายของคุณ ais, true, dtac,tot หรืออื่น ๆ (จริง ๆ แล้วอะไรก็ได้แต่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ในกรณีที่บางเครือข่าย APN ไม่เหมือนกะชาวบ้าน)
ต่อด้วย APN ตั้งเป็น internet แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว


 มาต่อด้วยรายละเอียดการว่างปุ่มใช้งานต่อ ๆ อันนี้ขอติอย่างแรง ๆ ว่า เอาปุ่มล็อกหน้าจอ และปุ่มvolum มาไว้ด้านซ้ายนี่ ไม่สมควรอย่างแรง ใช้งานยากกกกมากกก ไม่สะดวกอย่างแรง คงไม่เป็นไรถ้าเป็นโทรศัพท์ แต่พอเป็นแทปเลส ยิ่งใส่แคสแล้ว ปุ่มมันจะไปอยู่ตรงสันปิดของเคสเลย ไม่สะดวกอย่างแรง หวังว่ารุ่นต่อไปคงได้รับการแก้ไขนะครับ

 วัสดุหลักเป็นพลาสติก พอรับได้ ไม่กรอบแกรบมาก  สี่วัสดุ โอเค ดูหรูเนียตาดี

 ฝาหลังเปิดไม่ได้ เปลี่ยนแบตไม่ได้ แต่......

 ทำไมต้องให้ช่องใส่sim และ sd card อยู่ด้านในด้วย แล้วทำฝามาปิด ตรงนี้ัมันกรอบแกรบ กิ๊กก๊อกมาก หลุดง่ายมาก น่าจะทำให้เป็นช่องเสียบจากด้านนอกไปเลย ^^


ช่องใส่sim และ sd card ครับ

โดยรวม ๆ เทียบกับราคาแล้วถือว่า เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกนึง บางอย่างอาจจะยังไม่ค่อยลงตัว แต่ก็พอรับได้ การทำงานลืน แบตใช้งานได้จบวัน มีรับประกันจากศูนย์ น้ำหนักเบา ใครงบไม่เยอะก็ตัวนี้เลยครับ....จัดปายยยย^^


คำขอบคุณ